ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กรานกฐิน 25671026

โอวาท วันกรานกฐิน

26 ตุลาคม 2567

งานเผยแผ่ของพระพุทธศาสนาต้องทำเป็นทีม ไม่มีทางที่จะทำเดี่ยวๆ คนเดียวได้

บทฝึกของการทำงานเป็นทีมได้ดีที่สุดก็คือ "กฐิน" นี่แหละครับ

ถ้าเราดูธรรมวินัย อาวาสที่จะรับกฐินได้ ต้องมีพระ 5 รูป ขึ้นไปนะครับ น้อยกว่านี้ไม่ได้ ดังนั้น หากอาวาสใด ต้องการรับกฐิน แล้วไม่ถึง 5 รูป ก็ต้องขวนขวายทีเดียว หาคนมาบวช หรือ หาพระมาอยู่ให้ครบ 5 รูป ให้ได้ นี่ก็คือบทฝึกการขยายทีมนั่นเอง

และไม่ใช่อยู่แค่ 1 วันนะ ต้องอยู่ 3 เดือนเป็นอย่างน้อย นี่ก็คือบทฝึก ของการรักษาทีม

และผู้ที่จะถวายผ้ากฐิน ต้องเป็นโยมนะ เป็นพระไม่ได้ นี่ก็คือ บทฝึกการขยายทีมอีกเช่นกัน แต่เป็นทีมโยม อาวาสนั้น ก็มีทั้งทีมพระ และ ทีมโยม

แม้ปัจจุบัน การทอดกฐิน จะไม่ใช่เพียงแค่ผ้า แต่มีทุนมาเกี่ยวข้อง ก็จะยังคง Concept เดิม คือ ฝึกการทำงานเป็นทีม

ยิ่งเป็นอาวาสใหญ่ การทำเป็นทีม ก็ยิ่งสลับซับซ้อน แบ่งงานกันเป็นส่วนๆ เช่น อาหาร สถานที่ ต้อนรับ พิธีกรรม เป็นต้น

แล้วถามว่า ผู้ที่รับงานแต่ละส่วน จะได้อะไร ซึ่งเรื่องนี้ ต้องมองไกลๆ มองข้ามชาติกันเลย ว่าการสร้างบารมีของเรา จะไม่หยุดเพียงแค่นี้ เราต้อง Up grade การสร้างบารมีของเรา ให้การสร้างบารมีของเรามี Level ที่สูงขึ้น เพื่อที่จะสร้างบารมีได้มากขึ้น

งานบุญส่วนต่างๆ ที่เราทำในวันนี้ จะเป็นอุปการะให้กับเราในภายภาคหน้า เช่น หากวันนี้เรารับบุญอาหาร ด้วยบุญนี้ จะทำให้เราในภายภาคหน้าไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร เพราะจะมีผู้มาดูแลเรื่องอาหารให้เรา เป็นต้น

แม้แต่นั่งเฉยๆ บนสเตท กับประธานสงฆ์ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงมีนะ นั่นก็คือ ด้วยบุญนี้ หากวันใดวันหนึ่ง เรา Upgrade หรือ ขยับ Level เป็นประธานสงฆ์ ก็จะมีพระภิกษุ มานั่งกับเรา เหมือนกับที่เรานั่งกับประธานสงฆ์ในวันนี้

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งว่า ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องสร้างบารมีกัน เป็นอสงไขย อสงไขย กัป นับภพนับชาติไม่ถ้วน ก็เพราะท่านต้องประกอบเหตุ เพื่ออุดช่องว่างรอยโหว่ที่จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั่นเอง



ความคิดเห็น