ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โอวาท วันทอดกฐิน มหาภัตรรัตนทาน 26 ต.ค. 2567

โอวาท วันทอดกฐิน มหาภัตรรัตนทาน 26 ต.ค. 2567

EP 01 ที่มาขอชื่อกฐิน

วันนี้ ก็เป็นวันทอดกฐินสามัคคี ของศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ

กฐินนี้ ชื่อว่า กฐินมหาภัตรรัตนทาน  ชอบคำนี้

ความจริงแล้วเป็น่คำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธมฺมชโย นั่นแหละ

ชื่อนี้ ท่านตั้งไว้สำหรับ เลี้ยงภัตตาหารโครงการสามเณรแก้ว 10,000 รูป ครั้งแรกในโลก เมื่อปี พ.ศ. 2541 

มีใครมาทันบ้างเอ่ย ไม่มีเลยนะ ผ่านมา 26 ปี แล้ว

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 02 ความหมายของมหาภัตรรัตนทาน

ใครได้ทำบุญในปีนั้น จะได้เหรียญมหาภัตรรัตนทาน ด้านหลังของเหรียญ จะมีคำว่า แสนโกฏิ หลวงพี่ มีอยู่เหรียญหนึ่ง

เลยขอชื่อท่าน มาเป็นชื่อของกฐิน คิดว่าท่านคงอนุญาต เพราะไม่ได้ขอตรงๆ เอามาเลย 

มหา แปลว่า ใหญ่

ภัตร แปลว่า อาหาร 

รัตน แปลว่า แก้ว โดยความหมายแปลว่า ปลื้ม 

ทาน แปลว่า ให้

มหาภัตรรัตนทาน จึง หมายถึง การให้ ที่ให้แล้วปลื้ม ปลื้มเพราะได้ถวายทานกับพระภิกษุสามเณรหมู่ใหญ่ พรรษานี้ก็ 400 เศษ เกือบๆ 500 และ ก็คงเป็นอย่างนั้ไปเรื่อยๆ

เพราะหลวงพ่อท่านมีโครงการจัดบวชทุกปี จัดเดินธรรมยาตราทุกปี 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 03 มหาเศรษฐี ชื่อ คันธะ

เดินธรรมยาตราจบ พระธรรมทายาทที่มีกุศลจิตศรัทธา ที่จะอยู่สร้างบารมีต่อ ก็มาอยู่ที่ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จนี่แหละ มาอยู่ประมาณ 8 เดือน

เขาแก้วเสด็จจึงเป็นที่อยู่ของ พระภิกษุสามเณรหมู่ใหญ่

ปลื้มเพราะให้ทาน กับ พระภิกษุสามเณรหมู่ใหญ่นี่แหละ จึงใช้ชื่อกฐินว่า "มหาภัตรรัตนทาน"

เมื่อพูดถึงภัตตาหาร ก็ขอเล่าเรื่องในอดีตสักหน่อย เป็นเรื่องของการถวายภัตตาหารของนักสร้างบารมีท่านหนึ่ง

เชื่อไหมว่า ในอดีต เคยมีชายหนุ่มคนหนึ่ง ยอมทำงานรับจ้างถึง มี 3 ปี เพื่อให้ได้อาหารที่มีรสเลิศถาดเดียว

เรื่องก็มีอยู่ว่า มีมหาเศรษฐีคนหนึ่ง ขื่อคันธะ ร่ำรวยมาก รวยจากมรดกของบรรพบุรุษนะ ไม่ได้ร่ำรวยจากการทำมาหากินอะไรๆ

หลังจากที่ บิดาละโลกแล้ว ผู้ดูแลคลังสมบัติ ก็เปิดคลังสมบัติให้นายคันธะดู เมื่อเขาเห็นแล้ว ก็คิดว่า บรรพบุรุษของเรา ใช้สมบัตินี้ยังไม่หมดเลย ก็ตายไปก่อนเสียแล้ว เราจะไม่เป็นอย่างบรรพบุรุษ เพราะเราจะใช้สมบัติให้หมดขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี่แหละ

หลังจากนั้น คันธเศรษฐีก็ใช้สมบัติอย่างฟุ่มเฟือย เพื่อปรนปรึอตัวเองให้มีความสุขมากที่สุด

คันธเศรษฐี ใช้ทรัพย์ทำอะไรบ้าง ที่มีบันทึกในอรรถกถา นะ

ใช้งบประมาณ ในการสร้างที่อาบน้ำ 2 แสนกหาปณะ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


 

 

  

......................................................................................................................................................................

EP 04 1 กหาปณะ เท่ากับทองคำ 132 บาท

     1 กหาปณะ เท่ากับทองคำ 132 บาท (โดยประมาณ) 2 แสนกหาปณะ คูณด้วย 132 ก็เท่ากับ 26,400,000 บาททองคำ คูณราคาทองคำในวันนี้ ประมาณ 43,000 บาท ก็เท่ากับ 1,135,200,000,000 (หนึ่งล้าน-หนึ่งแสน-สามหมื่นห้า-พันสองร้อย-ล้านบาท

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 05 Enjoy กับการกิน

    Enjoy กับการอาบน้ำในระดับหนึ่ง แต่ Enjoy กับการกินมากกว่า 

 ใช้งบประมาณ ในการสร้างที่รับประทานอาหาร 5 แสนกหาปณะ คิดเป็นเงินบาทไทยในปัจจุบันก็เท่ากับ 2,838,000,000,000 (สองล้าน-แปดแสน-สามหมื่น-แปดพัน-ล้านบาท) คิดเป็นเลขกลมๆ ก็ สามล้านล้านบาท เพราะ Enjoy กับการกินมาก

    ที่ต้องสร้างห้องน้ำถึง 2 แสนกหาปณะ ก็เพราะว่า ก่อนกินต้องอาบน้ำก่อน ให้สบายตัวก่อนกิน

  คันธเศรษฐี ใช้งบประมาณในการทำอาหาร วันละ 2 มื้อ มื้อละ 1,000 กหาปณะ คิดเป็นบาทไทยก็ประมาณ 5,676,000,000 (ห้าพัน-หกร้อย-เจ็ดสิบ-หกล้านบาท) ก็ประมาณ ห้าพันล้านบาท

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 06 กินโชว์ คืนวันเพ็ญ

    2 มื้อก็ 11,352,000,000 (หนึ่งหมื่น-หนึ่งพัน-สามร้อย-ห้าสิบ-สองล้านบาท) ประมาณ หนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านบาท

    ในวันเพ็ญ จะใช้งบประมาณอีก 1 แสนกหาปณะ หรือ 567,600,000,000 (ห้าแสน-หกหมื่น-เจ็ดพัน-หกร้อย-ล้านบาท) หรือประมาณ ห้าแสนล้านบาท เพื่อทำการตกแต่งพระนคร และให้คนป่าวประกาศให้ชาวเมือง มาดูการรับประทานอาหารของตน ว่าง่ายๆ ก็คือ "กินโชว์" น่ะ

    ในวันเพ็ญวันหนึ่ง ขณะที่ คันธเศรษฐี กำลังจะรับประทานอาหาร

    (โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 07 เมื่อมีคนขออาหารกับคันธะเศรษฐี


มีชายหนุ่มยากจนคนหนึ่ง เห็นอาหารของคันธเศรษฐี ตะโกนร้องเรียกคันธะเศรษฐีว่า 

"ท่านเศรษฐี ท่านช่วยแบ่งอาหารของท่านให้ข้าพเจ้าหน่อยได้ไหม สักก้อน สักคำ ก็ยังดี"

คันธเศรษฐี ก็ตอบไปว่า "ไม่ได้หรอก ถ้าให้เจ้าได้ ก็ต้องแบ่งให้คนอื่นเหมือนกัน อาหารที่มีอยู่ก็ไม่พอแบ่งให้กับทุกคน แล้วเราจะกินอะไร"

ชายหนุ่มคนนั้นก็บอกว่า "ถ้าท่านไม่แบ่งให้ข้าพเจ้ากินบ้าง ข้าพเจ้าต้องตายแน่ๆ"

คันธเศรษฐี ก็ตอบไปว่า "เหตุผลนี้ ใช่ไม่ได้ ถ้าเราแบ่งอาหารให้เจ้าด้วยเหตุผลนี้ คนอื่นเขาก็จะใช้เหตุผลนี้เหมือนกัน ไม่ได้ ไม่ได้"


 (โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 08 ทำงานรับจ้าง 3 ปี เพื่ออาหารถาดเดียว

แต่แล้วเศรษฐีก็คิดว่า "เอ.. หากชายหนุ่มคนนี้ เกิดตายไปจริงๆ เราอาจจะถูกชาวเมืองตำหนิได้" ก็เลยคิดเงื่อนไขที่คิดว่า ถ้าบอกไป ชายหนุ่มคนนี้คงปฏิเสธแน่ๆ แล้วเราก็จะมีเหตุผลที่ไม่แบ่งอาหารนี้ให้ แบบละมุมละม่อม แล้วก็บอกไปว่า

    "ถ้าเจ้า ยอมมารับจ้างทำงานให้เรา 3 ปี เราจะให้โบนัสเจ้า เป็นอาหารรสเลิศนี้ 1 ถาด ตกลงไหม"

    เมื่อคันธเศรษฐี บอกไป ก็คิดว่า ชายหนุ่มคนนี้คงไม่ยอมแน่ๆ แต่ผิดคาด ชายหนุ่มคนนี้ ตอบว่า "OK" แปลว่า "ตกลง"

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 09 นายภัตติกะ

ตะลึงกันหมดเลย เงื่อนไขแบบนี้ยอมรับได้ยังไง เพราะมันเป็นเงื่อนไขที่ไม่ยุติธรรม

ถ้าเป็นภาษาการตลาด ก็คือ Demand มากกว่า Supply  ทำให้ Supply จะโก่งราคาเท่าไหร่ก็ได้

เมื่อตกลงกันแล้ว ก็เริ่มงานเลย ชาวเมืองจึงเรียกชื่อชายหนุ่มคนนี้ว่า "นายภัตติกะ" แปลว่า นายอาหาร



    ตั้งแต่วันนั้นนายภัตติกะ ก็ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายอย่างสมบูรณ์ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องเลย จนครบ 3 ปี

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 10 ทำงานรับจ้างจนครบ 3 ปี


 

เมื่อครบ 3 ปี คันธเศรษฐี ก็ทำตามสัญญา จัดสรรงบประมาณ 101,000 กหาปณะ หรือ 573,276,000,000 (ห้าแสน-เจ็ดหมื่น-สามพัน-สองร้อย-เจ็ดสิบ-หกล้านบาท) เพื่อจัดงานกินโชว์ ให้นายภัตติกะ คือคันธเศรษฐีกินโชว์ยังไง ก็ให้นายภัตติกะกินโชว์อย่างนั้น แต่อาหารที่กินโชว์นั้นแค่ถาดเดียวนะ ไม่ได้มีหลากหลายเมื่อที่คันธเศรษฐีกิน

นายภัตติกะ ตื่นเต้นมาก

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 11 พระปัจเจกพุทธเจ้า

ขณะที่ นายภัตติกะ กำลังจะรับประทานอยู่นั่นเอง มีพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ที่อาศัยอยู่ที่เขาคันธมาทน์ ก็ออกจากนิโรธสมาบัติพอดี หลังจากนั่งเข้านิโรธสมาบัติมาจนครบ 7 วัน 

ทำไมพระอรหันต์ถึงต้องเข้านิโรธสมาบัติ 7 วัน น้อยกว่านี้ หรือ มากกว่านี้ได้ไหม

เพราะเมื่อพระอรหันต์ ท่านเข้านิโรธสมาบัติ 7 วัน ก็จะเข้าไปถึงแหล่งกำเนิดของบุญศักดิ์สิทธิ์ 

บุญศักดิ์สิทธิ์คือ บุญที่มีอานุภาพมาก ใครได้รับบุญศักดิ์สิทธิ์นี้ ผลบุญจะส่งผลทันตาเห็น

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

......................................................................................................................................................................

EP 12 พระปัจเจกพุทธเจ้า

เมื่อออกจากนิโรธสมาบัติ ก็จะเอาบุญศักดิ์สิทธิ์ออกมาด้วย ดังนั้น หากใครได้ทำทานกับท่าน บุญศักดิ์สิทธิ์จากศูนย์กลางกายของท่าน ก็จะไปยังศูนย์กลางกายของคนนั้น ทำให้เกิดอานิสงส์ ผลบุญส่งอย่างรวดเร็วทันตาเห็น

    เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าออกจากนิโรธสมาบัติ ท่านก็จะดูในที่ว่า จะเอาบุญศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มเปี่ยมที่ศูนย์กลางกายของท่านไปให้ใคร ก็เห็นภัตติกะในที่ ก็ตรวจตราดูต่อไปว่า กำลังทำอะไร ก็เห็นว่ากำลังจะรับประทานอาหาร ที่ตัวเองต้องรับจ้างถึง 3 ปีกว่าจะได้มา แล้วตรวจตราต่อไปอีกว่า นายภัตติกะมีศรัทธาไหม


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 13 นายภัตติกะเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

รู้ว่ามีศรัทธา แล้วถ้าไปอยู่ตรงหน้า นายภัตติกะจะถวายภัตตาหารไหม ก็รู้ว่าถวาย ก็เลยเหาะเหินไปเลย ไปปรากฎอยู่ตรงหน้านายภัตติกะ

เหตุการณ์ตรงนี้ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างจัดสรรมาก่อนล่วงหน้านะ ทำไมพระปัจเจกพุทธเจ้า ออกจากนิโรธสมาบัติในวันนี้พอดี และเป็นช่วงจังหวะที่นายภัตติกะ จะรับประทานอาหารพอดี หากออกจากนิโรธสมาบัติก่อนหน้านี้ 1 วัน หรือ หลังวันนี้ 1 วัน ก็คงไม่ได้มาโปรดนายภัตติกะ 


(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 14 ถูกจัดสรรให้พบกัน

    ทำไมต้องออกวันนี้ และเวลานี้ด้วย แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่คอยจัดสรร วางแผน วางผัง อยู่ ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

     เมื่อนายภัตติกะเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 15 บุญได้ช่องทำให้สอนตัวเองได้

เมื่อนายภัตติกะเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ก็เกิดจังหวะบุญได้ช่อง เมื่อบุญได้ช่อง ความรู้ที่เคยสั่งสมมาในอดีตก็ผุดขึ้นมา ทำให้สอนตัวเองได้ว่า 

"ที่เราต้องทำงานรับจ้างในเรือนคนอื่นถึง 3 ปี จึงค่อยได้อาหารรสเลิศถาดนี้ถาดเดียว ก็เพราะว่า เราไม่ได้ทำทานไว้ในปางก่อน หากเรากินอาหารในถาดนี้ ก็จะอร่อยแค่ตอนอยู่ในปาก พอล่วงลำคอก็ไม่อร่อยแล้ว พอตกถึงท้องก็สะสมความอิ่มแล้ว

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 16 ถวายภัต แต่พระปัจเจกพุทธเจ้า

ถ้าเราทานอาหารถาดนี้ ก็อร่อยแค่ในปาก และอิ่มได้แค่ 1 วัน

แต่หากเราถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า เราจะอร่อยอิ่มอีกยาวนานหลายพันโกฏิกัป แล้วตัดสินใจว่าจะถวายอาหาร 1 ถาดนั้นแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าจนหมด

    แต่พอเทอาหารใส่บาตรแค่ครึ่งเดียว พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ปิดฝาบาต บอกเป็นนัยยะว่า แค่นี้พอแล้ว แต่นายภัตติกะ บอกกับพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า "อาหารถาดนี้ เพียงพอสำหรับคน 1 คน เท่านั้น ไม่ใช่ทำมาเพื่อคน 2 คน ขอท่านจงอนุเคราะห์ข้าพเจ้าในโลกหน้าเถิด อย่าอนุเคราะห์ข้าพเจ้าในโลกนี้เลย 

    เมื่อนายภัตติกะพูดอย่างนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็เปิดฝาบาต แล้วนายภัตติกะก็ถวายอาหารส่วนที่เหลือจนหมด

    พอถวายเสร็จก็ปลื้ม ปลื้มมากๆ แล้วก็บอกกับพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 17 อธิษฐาน ขอให้มีแต่ความสุข

เพราะอาหารถาดนี้ ผมต้องทุกข์ทรมานกับการทำงานรับจ้างอยู่ในเรือนคนอื่นถึง 3 ปี มันช่างทุกข์ทรมานเหลือเกิน ทั้งกายและใจ ด้วยอานิสงส์นี้ ขอให้ข้าพเจ้าอย่าได้มีความทุกข์เลย ให้มีแต่ความสุขไปทุกชาติ และให้ได้บรรลุธรรมที่ท่านได้บรรลุแล้วด้วยเถิด

    พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็อนุโมทนา ว่า ขอให้ท่านสมปรารถนา ให้ความปรารถนาเต็มเปี่ยมเหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ หรือเหมือนดวงแก้วมณีโชติรส ฉะนั้น

    จากนั้นท่านก็ เปิด เห็น จำ คิด รู้ ของนายภัตติกะและชาวเมืองทั้งหมด ให้เห็นท่านเหาะกลับไปที่เขาคันธมาทน์

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 18 พระปัจเจกพุทธเจ้า 500 องค์

ที่เขาคันธมาทน์ เป็นที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าอีก 500 องค์ แล้วทับทวีอาหารนั้น จาก 1 เป็น 500 ถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์

    ชาวเมืองเห็นอย่างนั้น ก็สาธุลั่นสนั่นเมืองเลย ปลื้มตามไปด้วย เสียงสาธุ ดังไปถึงที่อยู่ของคันธเศรษฐี ซึ่งตอนนั้นกำลังรับประทานอาหารอยู่เหมือนกัน ทีแรกเข้าใจว่า เป็นเสียงหัวเราะของชาวเมือง ที่หัวเราะอากัปกิริยาของนายภัตติกะ คิดว่านายภัตติกะ ผู้ไม่เคยรับประทานอาหารที่ดีมีรสเลิศมาก่อน คงทำอะไรเก้ๆ กังๆ จนเป็นที่น่าขบขันของชาวเมือง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 19 ความคิดของคันธะเศรษฐี

จึงให้คนรับใช้ไปสืบดูเรื่องราว พอทราบว่าเหตุการณ์เป็นอีกอย่าง ก็ปลื้มแทน โอ นายภัตติกะ ทำสิ่งที่ทำได้ยาก 

       คิดดูนะ คันธเศรษฐีน่ะ มีทรัพย์เหลือเฟือ แบ่งทรัพย์เพื่อทำทานเท่าๆ กับนายภัตติกะน่ะ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก แต่แม้ถึงจะมีทรัพย์ขนาดนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ไม่มาโปรด เพราะพระปัจเจกพุทธเจ้ารู้ว่า ถึงมาโปรด คันธเศรษฐี ก็ไม่ทำทานอยู่ดี

    แต่พระปัจเจกพุทธเจ้ามาโปรด นายภัตติกะ ที่มีอาหารรสเลิศแค่ถาดเดียว และเป็นถาดเดียวที่แลกมาด้วยชีวิตนะ และนายภัตติกะ ก็ตัดใจถวายเสียด้วย ถ้าเป็นเรา (หมายถึงคันธเศรษฐี) คงทำอย่างนายภัตติกะไม่ได้แน่ แล้วคิดต่อไปว่า

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 20 คันธะเศรษฐีเสียดายที่ไม่ได้สร้างบุญ

    เราใช้บุญเก่า ส่วนนายภัตติกะ สร้างบุญใหม่ ชาติหน้านายภัตติกะ รวยกว่าเราแน่นอน เลยรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้ทำบุญนี้ รู้สึกเสียดาย  เสียดาย เหมือนบุญกฐินนี้แหละ ใครไม่ได้ทำ จะรู้สึก เสียดาย เสียดาย เสียดาย

    ยุคนี้ แม้ไม่มีพระปัจเจกพุทธเจ้าเหาะไปหา แต่ก็มีการ์ดเชิญไปถึงบ้านนะ เป็นการ์ดกระดาษบ้าง เป็นการ์ดอิเล็กทรอนิกส์บ้าง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 21 การ์ดเชิญ

ได้รับไหมเอ่ย เพราะฉะนั้น ปีต่อๆ ไป หากใครได้รับการ์ดเชิญจากเขาแก้วเสด็จเนี่ย ให้คิดว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า เหาะไปหาแล้วนะ อืม จะทำไหมเอ่ย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 22 ทบทวนภาคสาย

    ถึงตอนที่ เมื่อนายภัตติกะ ถวายทานกับพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ใช้อานุภาพของท่าน เปิด เห็น จำ คิด รู้ ของนายภัตติกะ กับชาวเมือง ให้เห็นท่านเหาะไปยังเขาคันมาทน์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าอีก 500 องค์ แล้วทับทวีอาหาร จาก 1 เป็น 500 ถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าอีก 500 องค์ 

    ทั้งนายภัตติกะ และชาวเมือง ต่างก็เห็นเหมือนกันหมด ต่างก็สาธุ ลั่นสนั่นเมือง เสียงสาธุ ก็ดังไปถึงคันธเศรษฐี เมื่อคันธเศรษฐีทราบเรื่องราว ก็ปลื้มตามไปด้วย และรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้ทำบุญนี้

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 23 บุญศักดิ์สิทธิ์เริ่มส่งผล
 

    หลังจากนั้นคันธเศรษฐี ก็ให้คนรับใช้ ไปเชิญนายภัตติกะมาเข้าพบ แล้วถามว่า ท่านทำอย่างที่เขาบอกกันจริงหรือ เมื่อนายภัตติกะรับว่าจริง ก็เลยให้ทรัพย์นายภัตติกะ 1,000 กหาปณะ คิดเป็นเงินไทยก็ 5,676,000,000 (ห้าพัน-หกร้อย-เจ็ดสิบ-หกล้านบาท) แล้วบอกว่า ท่านแบ่งบุญให้ข้าพเจ้าบ้างได้ไหม

    เห็นไหม บุญศักดิ์สิทธิ์ส่งผลทันตาเห็น แล้วตอนนี้กลับกันแล้ว 3 ปีก่อน นายภัตติกะขอร้องให้คันธเศรษฐีแบ่งอาหารให้บ้าง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 24 คันธเศรษฐีแบ่งสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง

    มาตอนนี้คันธเศรษฐีขอร้องนายภัตติกะว่า แบ่งบุญให้บ้าง กลับกันแล้ว เพราะรู้ว่า นายภัตติกะ มีบุญมากกว่าตนแล้ว 

    ได้ขอรับ นายภัตติกะ บอก ข้าพเจ้าแบ่งบุญให้ท่านด้วย  คันธเศรษฐีก็ปลื้มมาก ขนาดบุญแบ่งยังปลื้มเลย นี่ถ้านายภัตติกะ แบ่งบุญให้ทุกวันก็คงจะดี ก็เลยแบ่งทรัพย์สมบัติของตนครึ่งหนึ่ง ให้นายภัตติกะเลย

เพื่อที่จะได้บุญจากนายภัตติกะทุกวัน

    บุญศักดิ์สิทธิ ส่งผลทันตาเห็นอีกแล้ว แทนที่จะได้แค่ 1,000 กหาปณะ ซึ่งเป็นแค่เศษเงินของคันธเศรษฐี ก็ได้สมบัติครึ่งหนึ่งของเศรษฐีเลย 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 25 ภัตติกะเศรษฐี

    เรื่องยังไม่จบ เมื่อพระราชาทราบเรื่องราว ก็เรียกนายภัตติกะมาเข้าเฝ้า แล้วให้ทรัพย์ 1,000 กหาปณะก่อนเลย คิดเป็นเงินไทยก็ 5,676,000,000 (ห้าพัน-หกร้อย-เจ็ดสิบ-หกล้านบาท) แล้วตรัสถามว่า "เจ้าพอแบ่งบุญให้เราบ้างได้ไหม ขนาดเราเป็นพระราชานะ มีความพร้อมกว่าเจ้าตั้งเยอะ พระปัจเจกพุทธเจ้ายังไม่เสด็จมาหาเราเลย ยังไม่มีโอกาสทำบุญอย่างเจ้าเลย ก่อนหน้านี้เราอาจจะมีบุญมากกว่าเจ้า แต่ตอนนี้เจ้ามีบุญมากกว่าเราแล้วนะ แบ่งบุญให้เราบ้างได้ไหม

    "ได้พระพุทธเจ้าข้า" นายภัตติกะตอบ พระราชาก็ปลื้ม นี่แค่บุญแบ่งนะ ยังปลื้มขนาดนี้ ถ้านายภัตติกะแบ่งบุญให้เราทุกวันได้ก็คงดี ก็เลยพระราชทานทรัพย์ให้นายภัตติกะอีกเป็นจำนวนมาก แล้วแต่งตั้งให้เป็นเศรษฐีของเมือง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 26 เกิดใหม่ในพุทธันดรนี้

    บุญศักดิ์สิทธิ์ ส่งผลทันตาเห็นอีกแล้ว คราวนี้ รวยกว่าคันธเศรษฐี ซะอีก เพราะมีสมบัติของคันธเศรษฐีครึ่งหนึ่งแล้ว ยังได้ทรัพย์เพิ่มจากพระราชาอีก สถานะของนายภัตติกะ จึงพอๆ กับคันธเศรษฐี เมื่อสถานะพอๆ กัน ทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ และ ทรัพย์สิน ก็เลยคบเป็นสหายกัน กิน ดื่ม ด้วยกัน ตลอดอายุขัย เมื่อละโลก ก็ไปบังเกิดในโลกสวรรค์ ตลอดพุทธันดร

    จนกระทั่งพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า มาบังเกิดขึ้น ก็มาเกิดในตระกูลอุปัฏฐาก ของพระสารีบุตร 

    ขณะอยู่ในครรภ์มารดา ทุกคนในบ้าน ไม่มีใครมีความทุกข์เลย มีความสุขกันทุกคน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 27 สุข กุมาร

    พอออกจากครรภ์มารดา ทุกคนในบ้านก็ยิ่งมีความสุข มารดา บิดา จึงตั้งชื่อทารกนี้ว่า เด็กชายสุข เพราะบุญที่ได้อธิษฐานไว้ว่า ขอให้มีแต่ความสุข อย่าได้มีความทุกข์เลย บุญนี้ ส่งผลมาถึงชื่อ ทำให้ได้ชื่อว่า เด็กชายสุข หรือ สุขกุมาร


    พออายุ 7 ขวบ ก็มีศรัทธาอยากบวชเป็นสามเณร และบวชเป็นสามเณรในสำนักของพระสารีบุตร และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ หลังจากบวชเป็นสามเณรได้แค่ 3 วัน



    ซึ่งเรื่องนี้ คงไม่เล่ารายละเอียดเพราะจะยาวเกินไป แต่จะพูดถึงความสุข

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 28 หลักวิชา "รวยเร็ว"

    สุขของคฤหัสถ์มีอยู่ทั้งหมด 4 ข้อ

    1 สุขที่เกิดจากการมีทรัพย์

    2 สุขที่เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์

    3 สุขที่เกิดจากการไม่มีหนี้

    4 สุขที่เกิดจากการทำงานไม่มีโทษ

วันนี้ ขอขยายความข้อที่  1 คือ สุขที่เกิดจากการมีทรัพย์ ซึ่งมีอยู่ 2 นัยยะ นะ คือ นัยยะของ เหตุผล กับ สมการ

    นัยยะของเหตุผล คือ เมื่อมีทรัพย์แล้ว จึงค่อยมีความสุข คือ มีทรัพย์เป็นเหตุ แล้ว มีความสุขเป็นผล

    

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 29 มีความสุข เท่ากับ มีทรัพย์

    อีกนัยยะคือ นัยยะของสมการ มีทรัพย์ เท่ากับ มีความสุข  เมื่อมีทรัพย์ เท่ากับ มีความสุข ก็แสดงว่า มีความสุข เท่ากับ มีทรัพย์ ใช่ไหมเอ่ย

    นัยยะตรงนี้แหละ ที่อยากให้เราไปปฏิบัติกัน คือ ปรับใจของเราให้มีความสุขน่ะ ถ้าเรามีความสุข ความสุขนั้น จะดึงดูดทรัพย์เข้ามา

    ไม่ว่าเราจะทำบุญทำทาน หรือ เวลาเราประกอบสัมมาอาชีวะ ปรับใจให้มีความสุขทุกขั้นตอน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 30 สุขทุกขั้นตอน

    ยกตัวอย่าง หากเรามีเป้าหมายที่จะทำอะไรสักอย่าง ที่ต้องทำถึง 100% การทำงานที่ถูกหลักวิชาคือ ต้องมีความสุขทุกขั้นตอน ทำได้ 1% ก็มีความสุขแบบ 1% , ทำได้ 10% ก็มีความสุขแบบ 10% ทำได้ 20%  ก็มีความสุขแบบ 20% ทำได้ 50% ก็มีความสุขแบบ 50% ทำได้ 80% ก็มีความสุขแบบ 80% ทำได้ 100% ก็มีความสุขแบบ 100% ทำอย่างนี้ จะรวยเร็วจ้ะ

    หากเราทำงานแบบ 1-99% ไม่มีความสุขเลย ไปมีความสุขเอาทีเดียวตอนถึง 100% ถามว่าทำอย่างนี้ได้ไหม ก็ได้เหมือนกัน แต่รวยช้า หากอยากรวยเร็ว ต้องมีความสุขทุกขั้นตอน จ้ะ

       เรื่องราวของนายภัตติกะ ที่เล่ามาตั้งแต่ตอนต้น หากนายภัตติกะรู้หลักวิชานะ แทนที่จะทำงานรับจ้างด้วยความรู้สึกทุกข์ทรมานนะ ก็ปรับใจให้มีความสุขในการทำงาน ก็ไม่ต้องทำถึง 3 ปีหรอก จะเร็วกว่านั้น เร็วขนาดไหน ก็อยู่ที่ปริมาณความสุข สุขมากก็เร็วมาก อาจจะแค่ 2 ปี หรือ 1 ปี หรือน้อยกว่านั้น

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 31 พลังงานความสุข จะดึงดูดความสุข

    เพราะพลังงานความสุข จะดึงดูดพลังงานความสุข นี่เป็นหลักวิชาเลยนะ ธาตุเหมือนกัน ก็จะดึงดูดธาตุที่เหมือนกัน มารวมกัน พลังงานความสุข ก็จะดึงดูดพลังความสุขเข้ามา

    เราลองตรองดูนะ หากมีคนเอาทรัพย์สินเงินทองมาให้เรา ไม่ถึงกับเป็นธนบัตร หรือ ทองคำแท่งหรอก แค่มีตัวเลขเงินโอนเข้าบัญชีเราน่ะ เรารู้สึกมีความสุขไหม มีความสุขใช่ไหม ไหนใครรู้สึกว่าเวลามีตัวเลขเงินโอนเข้าบัญชีแล้วมีความทุกข์บ้าง มีไหมเอ่ย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 32 อยากรวยเร็ว ต้องปรับใจให้มีความสุขเรื่อยๆ

    ที่มีความสุข เพราะมีพลังงานความสุขอยู่ในตัวเลขนั้น แต่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

   เมื่อหลักวิชาคือ พลังงานความสุข จะดึงดูดพลังงานความสุข เราก็ปรับใจของเราให้มีความสุข แล้วสิ่งที่มีพลังงานความสุข ก็จะมาหาเรา มาในรูปแบบเงินธนบัตรบ้าง ทองคำบ้าง ทรัพย์สินบ้าง เงินโอนบ้าง หรือก็มาในรูปแบบ ความรู้ ไอเดีย ช่องทาง ที่จะทำให้เราได้ทรัพย์สินนั้น เป็นต้น

    ดังนั้น ต้องรู้จักปรับใจของเราให้มีความสุขกันนะจ๊ะ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 33 สุขแค่ไหน ก็ได้พลังงานสุขแค่นั้น
 
    ปริมาณความสุขของเราขนาดไหน ก็จะดึงดูดพลังงานความสุขขนาดนั้นเข้ามา

    พอพูดเรื่องความสุข ก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงปู่ของเราเกิดวันศุกร์นะ 

    ท่านบอกเองเลยว่า ผู้เทศน์เกิดวันศุกร์ ปีวอก



(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................


EP 34 โครงการ ศุกร์แสน แสนสุข

    แม้จะเขียนไม่พ้องรูป แต่ก็พ้องเสียง นะ

      ก็เลยคิดโครงการ วันศุกร์แสน แสนสุข ขึ้นมา คือ โครงการทำบุญภัตตาหารทุกวันศุกร์ เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันเกิดของท่าน เพราะท่านเกิดวันศุกร์ เพื่อให้มีความสุขกัน

    เขาแก้วเสด็จ มีพระเณร ที่อยู่ประจำ 200 เศษ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 35 ค่าอาหารต่อสัปดาห์

    เขาแก้วเสด็จ มีพระเณร ที่อยู่ประจำ 200 เศษ มีงบประมาณค่าอาหาร รูปละ 70 บาท ต่อวัน ไม่รวมข้าวสาร กับ ปานะ นะจ๊ะ รายจ่ายค่าอาหารอยู่ที่ 100,000 บาท ต่อสัปดาห์ หลวงพี่ต้องจ่ายงบประมาณค่าอาหาร 100,000 บาท ทุกสัปดาห์

    งบประมาณนี้ ได้มาจากไหน ก็ได้มาจาก ญาติโยมที่นั่งอยู่ในนี้นี่แหละ

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 36 จ่ายอย่างมีความสุข
    
    เมื่อต้องจ่าย ก็จ่ายอย่างมีความสุขดีกว่า เพราะที่จ่ายไป คือ อายุพระศาสนาทั้งนั้น 

    จ่ายยังไงให้มีความสุข ก็จ่ายวันศุกร์ ก็แล้วกัน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 37 หอฉันศุขจรัส

    เมื่อจ่ายสัปดาห์ละแสน ก็เลยใช้ชื่อโครงการว่า "ศุกร์แสน แสนสุข"   

   เอากิจกรรมการสร้างทานบารมี กับ เรื่องราวของพระเดชพระคุณหลวงปู่ มาเชื่อมโยงกัน โดยทุกวันศุกร์ จะให้พระเณรประจำ ทั้งเขาแก้วเสด็จ รวมทั้ง จนท ด้วย มาฉัน และ รับประทานรวมกัน ที่หอฉันศุขจรัส

    หอฉัน ก็ชื่อ ศุข อีก คือ ศุขจรัส และจะเชิญชวนญาติโยม มาทำบุญภัตตาหาร เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันเกิดพระเดชพระคุณหลวงปู่ เพราะท่านเกิดวันศุกร์

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

...........................................................................................................................................................................

EP 38 ศุกร์แรก 1 พ.ย. 2567

    ตั้งใจว่า จะระดมทุนให้ได้สัก 1 แสนบาท ต่อศุกร์ เลยตั้งชื่อว่า วันศุกร์แสน แสนสุข โดยจะเริ่มจัดเป็นวันแรก ครั้งแรก ในวันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่หอฉันศุขจรัส

    กิจกรรมก็จะมีสวดเจริญพระพุทธมนต์ 7 ตำนาน 12 ตำนาน ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เหมือนที่เรานิมนต์พระไปทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดนั่นแหละ แต่นี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของพระเดชพระคุณหลวงปู่

    ศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ท่านจะครบ 140 ปี กับ 22 วัน

    

(จบ)

...........................................................................................................................................................................

   



ภาพ หรือ เพลง โล่ข้าวสาร


ความคิดเห็น